รายการสินค้าในหมวด รางกระดูกงู
ทำไมถึงต้องเลือกใช้ รางกระดูกงู
รางกระดูกงู ช่วยในการจัดระเบียบสายไฟ ให้อยู่ในตัวราง ทำให้การทำงานราบรื่นมากขึ้น หากไม่ได้ใช้รางกระดูกงู สายไฟอาจจะพันกันระโยงระยาง พันกับอุปกรณ์ หรือเดินสะดุดได้ จึงส่งผลต่อความปลอดภัยในการทำงานเป็นอย่างมาก
อุปกรณ์ที่ใช้รางกระดูกงู มักจะเป็นเครื่องจักร ที่ต้องมีการขยับสายไปมา อยู่ตลอดเวลา สายไฟภายในจะถูกขยับ ลาก ถู หักงอ อยู่ตลอดเวลา หากไม่มีรางกระดูกงูประคองอยู่ อาจจะทำให้สายไฟขาดใน หรือหลุดจากจุดที่ติดตั้งได้ ทำให้สายมีอายุการใช้งานที่มากขึ้น
หากการทำงานอยู่ในจุดที่มีเศษเหล็ก น้ำ หรือ น้ำมัน รางกระดูกงูก็จะมีรุ่นแบบปิด ที่จะช่วยป้องกันสายไฟจากสิ่งแปลมปลอมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ใช้งานรางกระดูกงู เลือกใช้วัสดุอะไรดี
ค่าที่ควรทราบในการเลือกซื้อรางกระดูกงู
ค่าความสูง (Inner Height / Outer Height)
เป็นค่าที่วัดจากภายในตัวราง (สูงใน) เป็นค่าที่ส่งผลต่อขนาดสายไฟที่สามารถร้อยเข้าไปในตัวรางได้ โดยการร้อยสายไฟไม่ควรใส่จนแน่น ควรมีพื้นที่เหลืออย่างน้อย 2 – 3 มม. และภายนอกตัวราง (สูงนอก) จะเป็นค่าสูงสุดของตัวราง ที่วัดจากด้านนอกตัวราง
ค่าความกว้าง (Inner Width / Outer Width)
เป็นค่าที่วัดจากภายในตัวราง (กว้างใน) เป็นค่าที่ส่งผลต่อปริมาณสายไฟที่สามารถร้อยเข้าไปภายในตัวได้ และค่าที่วัดจากภายนอกตัวราง (กว้างนอก) จะเป็นค่าที่บอกถึงความกว้างของตัวราง มีผลกับพื้นที่ในการติดตั้ง
ค่าสูงรวม (Total Height)
เป็นค่าที่วัดค่ารวมจากบนสุดของตัวราง จนถึงล่างสุด ค่านี้มีความสำคัญมาก หากมีพื้นที่ความสูงจำกัด
รัศมีความโค้ง (Bending Radius)
เป็นค่าที่กล่าวถึงรัศมีความโค้งของตัวราง ยิ่งค่านี้มาก ค่าสูงรวมก็จะสูงมากตามไปด้วย ค่านี้มีความสำคัญควรเลือกซื้อให้สัมพันธ์กับสายไฟ หากมีรัศมีโค้งต่ำกว่าที่สายไฟรับไหว ก็จะทำให้สายไฟเสียหายได้เร็วขึ้น
ลักษณะของราง
รางจะมีลักษณะของการเปิดของราง อยู่ 3 แบบ
1. Bridge Closed – จะเป็นรางที่มีลักษณะเป็นด้านปิดทั้ง 2 ด้าน จะช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมได้ดี
2. Semi Closed – จะเป็นรางที่มีลักษณะเป็นด้านปิด 1 ด้าน และเปิด 1 ด้าน
3. Bridge Open – จะเป็นรางที่มีลักษณะเป็นด้านเปิดทั้ง 2 ด้าน






